แรงบันดาลใจจากโลกเมื่อมองจากดวงจันทร์
รุ่น MISSION TO EARTHPHASE ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกเมื่อมองจากดวงจันทร์ ซึ่งเป็นทัศนียภาพที่สะกดสายตาและนักบินอวกาศก็ได้บันทึกภาพที่เป็นตำนานมาแล้วระหว่างการทำภารกิจ Apollo หลายครั้ง
ฟังก์ชันบอกดิถีของโลก
ในขณะที่เราจับตาดูดิถีของดวงจันทร์จากบนผืนโลก โลกก็มีดิถีของตนเองเมื่อมองจากดวงจันทร์เช่นกัน หนึ่งดิถีของดวงจันทร์และโลกใช้เวลาประมาณ 29.5 วันเท่ากัน แต่จะกลับกัน เช่น หากเราเห็นดวงจันทร์เต็มดวงบนโลก คนที่อยู่บนดวงจันทร์ก็จะเห็น "โลกดับ" สลับกันไป ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ฟังก์ชันบอกดิถีของโลกของรุ่น MISSION TO EARTHPHASE หมุนคนละทิศทางกับฟังก์ชันบอกดิถีของดวงจันทร์
คุณสมบัติพิเศษ
รุ่น MISSION TO EARTHPHASE เป็นนาฬิกาเพียงรุ่นเดียวเท่านั้นที่มีฟังก์ชันบอกดิถีของโลก ทำให้เป็นเรือนเวลาสุดพิเศษที่หายากยิ่ง นอกจากนี้ นาฬิการุ่นนี้ยังมีฟังก์ชันบอกดิถีของดวงจันทร์ จึงทำให้เป็นนาฬิการุ่นแรกที่มีทั้งสองฟังก์ชันตรงหน้าปัดด้วย ดิถีบนเรือนเวลานี้ ซึ่งมีรายละเอียดวิจิตรบรรจงที่ไม่เหมือนใครเป็นการผสมผสานความมหัศจรรย์ของอวกาศเข้ากับความงดงามบนผืนโลกได้อย่างลงตัว ฟังก์ชันบอกดิถีของโลกจะสะท้อนให้เห็นถึงความงดงามของโลกสีครามของเราเมื่อมองจากบนดวงจันทร์ด้วยสีสันสดใส มหาสมุทรบนฟังก์ชันบอกดิถีของโลกเคลือบหมึกพิมพ์ยูวี ที่เรืองแสงสีฟ้าเมื่อโดนแสงยูวี ทำให้เกิดเป็นเอฟเฟกต์เหนือจริงที่งดงามจับตา มีการพิมพ์รูปหลุมอุกกาบาตของดวงจันทร์เป็นแบบดิจิทัลเพื่อขับเน้นให้เห็นถึงทัศนียภาพของดวงจันทร์ที่หันเข้าหาโลกที่สวยงามดั่งต้องมนต์สะกด ฟังก์ชันบอกดิถีของดวงจันทร์มีรูปดวงจันทร์ขนาดใหญ่เป็นพิเศษสองดวง ซึ่งเรืองแสงสีขาวในที่มืดได้เนื่องจากเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® และเป็นการเพิ่มมนต์เสน่ห์แห่งดวงจันทร์เข้าไปอีก หน้าปัดของนาฬิการุ่นนี้ยังมีผิวสัมผัสสีเทาแบบเม็ด ซึ่งคล้ายกับความงดงามที่เรียบง่าย แต่ก็สะดุดตาของพื้นผิวดวงจันทร์ ส่วนฝาครอบแบตเตอรี่ก็มีรูปดวงจันทร์และรอยเท้าของ Neil Armstrong มนุษย์คนแรกที่ไปเหยียบดวงจันทร์ และเป็นการย้ำเตือนให้เราทราบถึงความมหัศจรรย์ของการสำรวจอวกาศ ขอบหน้าปัดมีมาตรวัดความเร็วสีดำ พร้อมตัวเลขสีเทาอ่อนสะดุดตา ซึ่งเป็นสีที่รังสรรค์ขึ้นมาใหม่